เป็นมะเร็งรักษาให้หายขาดได้ ให้คำปรึกษาและบำบัดโรค โดยทีมงานแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ นักจิตวิทยา ฯลฯ                                                                                                                                                                                                                         
      
 
 
ตัวอย่างผู้ป่วยที่ทำการรักษา
 
1 ตัวอย่างผู้ป่วยที่ทำการรักษา
1.1 เคสศึกษาที่ 1 นายแพทย์สำราญ อาบสุวรรณ มะเร็งปอด ระยะสุดท้าย

      Case น.พ สำราญ อาบสุวรรณ (ผู้เขียน) เมื่อ 12 ปีก่อน ป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 4 (ระยะสุดท้าย) ในช่วงที่รักษาตัวอยู่นั้นผู้เขียนได้ทำการศึกษาค้นคว้า ในเรื่องของการรักษามะเร็งทั่วโลก และได้ปฏิญาณตนไว้ว่า ถ้าเมื่อตนเองหายแล้ว ตนและลูกสาวจะไปศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษามะเร็งของทั่วโลก เพื่อนำมาดูแลรักษาผู้ป่วยและศึกษาวิธีการป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นใหม่อีก
      เนื่องจากว่าผู้เขียนเคยเป็นผู้ป่วยเองมาก่อน เพราะฉะนั้นผู้เขียนจึงเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุดว่า วิธีไหนเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน ซึ่งการรักษามะเร็งนั้นควรจะใช้วิธีการแพทย์ผสมผสาน( แผนหลัก เช่น เคมี,ฉายแสง หรือผ่าตัด ร่วมกับการแพทย์ทางเลือกต่างประเทศ )และวิธีการรักษาแต่ละอย่างนั้นต้องเป็นวิธีการรักษาที่สามารถอธิบายได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ ( Physiological and Biological Basis ,Genetic Cancer) ไม่ใช่เป็นคำโฆษณา ,ความเชื่อ หรือเพื่อการค้าใดๆทั้งสิ้น.
       โดยผู้เขียนเองได้นำการรักษาที่ดีที่สุดมารวมไว้ที่คลินิกของผู้เขียน และหวังอยากให้ผู้ที่เป็นมะเร็งนั้นได้หายจากโรคเหมือนผู้เขียน และหวังอยากให้ผู้ที่ยังไม่ป่วยได้ป้องกันตนเองไม่ให้เกิดโรคต่างๆในอนาคตอีกด้วย.
 
1.2 เคสศึกษาที่ 2 ผู้ป่วยหญิง อายุ 62 ปี ( เพชรบูรณ์)
 
          เมื่อปลายปี พศ .2551 ผู้ป่วยพบว่ามีเลือดออกผิดปกติที่ช่องคลอด ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งปากมดลูก ระยะ 3 ( Endometrium CA Stage 3A ; Adenocarcinoma) ผู้ป่วยปฎิเสธประวัติทานalcohol ,smoking และ ปฎิเสธประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง อุปนิสัยเป็นคนใจเย็น ไม่มีภาวะเครียด
          ผู้ป่วยได้ทำการผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออกทั้งหมด (TAH with BHO)   แต่ตัวผู้ป่วยปฎิเสธประวัติการให้เคมีและฉายแสงบำบัด หลังจากนั้นผู้ป่วยได้ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลทางอินเตอร์เนต และได้ตัดสินใจมาพบคุณหมอ ผู้ป่วยได้เข้าคอร์สรักษาของทางสถาบันเกอร์สันอเมริกาแบบเข้มข้น และใช้การรักษาแบบ Integrative treatment อื่นๆร่วมด้วย
           จนถึงทุกวันนี้ 5 ปีที่ผ่านมา (ทางการแพทย์ทั่วโลก ถือว่า5ปี ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งแล้ว) ผู้ป่วยก็ยังมาพบคุณหมอที่คลีนิกอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เคสผู้ป่วยรายนี้เป็นเคสตัวอย่างที่ดีเยี่ยม เพราะผู้ป่วยมีความตั้งใจ มีวินัยและความมุ่งมั่นเกิน 100%
        ปัจจุบันผู้ป่วยแข็งแรงดี ไม่มีโรคหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ค่ามะเร็งทุกชนิดปกติ
 
 
1.1 เคสศึกษาที่ 3 ผู้ป่วยหญิง อายุ 40 ปี ( กรุงเทพมหานคร)
       
         เมื่อต้นปี 2556 ผู้ป่วยคลำก้อนขนาด 1.5 เซนติเมตร ได้ที่เต้านมข้างขวา ไปโรงพยาบาลวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งเต้านมระยะ 1 (CA breast :Infiltrating ductal carcinoma)
      ผุ้ป่วยปฎิเสธประวัติทาน alcohol ,smoking และ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง อุปนิสัยเป็นคนใจเย็น มีภาวะเครียด และวิตกกังวลเป็นบางครั้ง ชอบทานมังสวิรัติ
         ผู้ป่วยได้ทำการรักษาโดยการผ่าตัดก้อนและต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง และฉายแสงเฉพาะที่ หลังจากนั้นผู้ป่วยยังมีความกังวลว่าโรคยังหาย กลัวจะกลับมาเป็นอีก เนื่องจากผู้ป่วยเห็นญาติที่เป็นมะเร็งกลับมาเป็นใหม่และรุนแรงมากกว่าเดิม ( Recurrence Case) ผู้ป่วยจึงได้ทำการศึกษาหาข้อมูล และได้ตัดสินใจมาพบคุณหมอที่คลีนิก ผู้ป่วยได้เข้าคอร์สทำการรักษาในแนวการรักษาของทางสถาบันเกอร์สันอย่างเข้มข้น     เคสนี้ถือว่าเป็นเคสตัวอย่างที่ดีเยี่ยมอีกเคสหนึ่ง เพราะผู้ป่วยมีความอดทน มุ่งมั่น ตั้งใจในการรักษาเป็นอย่างสูง
        ปัจจุบันนี้ผู้ป่วยมาพบคุณหมออย่างต่อเนื่อง แข็งแรงดี ไม่มีโรคแทรกซ้อนหรือความผิดปกติอื่นๆ ค่ามะเร็งและmammogram ปกติ
        เคสนี้ถือว่าเป็นเคสตัวอย่างอีกเคสหนึ่ง   ในแง่ของ การพบมะเร็ง,วินิจฉัย และรักษาเร็วในระยะต้นๆ            ( Early stage) แต่สิ่งที่ต้องพึงระวัง คือ การป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นอีก ( Recurrence stage) เนื่องจากทุกวันนี้เคสที่กลับมาเป็นใหม่ เยอะขึ้นมาก เนื่องจากว่าผู้ป่วยมะเร็งในระยะแรกๆ มีความเข้าใจผิดคิดว่า แค่ผ่าตัด ฉายแสงก็หายแล้ว และกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ไม่ใช้การรักษาในแนวการแพทย์ผสมผสานรักษาต่อ โดยไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปัจจัย และสาเหตุ ที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่างถูกวิธี ถ้าไม่ระวังต่อไปอาจจะ 2-3 ปีข้างหน้า โรคจะกลับมาเป็นใหม่ และจะเกิดมะเร็งขึ้นกับอวัยวะอื่นๆ ( Metastasis case) การรักษาต่อไปก็จะยากขึ้นด้วย.
 
1.1 เคสผู้ป่วยชายไทย อายุ 64 ปี ( นครราชสีมา)
 
     มาพบคุณหมอที่คลินิกด้วยโรคประจำตัว คือ โรคเก้าท์ ( Gout) ได้ทานยารักษาโรคเก้าท์ มาเป็นเวลา 2 ปี ค่า uric acid = 9.0 mg/dl ผู้ป่วยปวดตามข้อเป็นบางครั้ง ไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทานอาหารปกติ ผู้ป่วยตัดสินใจมาพบคุณหมอที่คลีนิก เนื่องจากทานยามาเป็นเวลานานแล้วไม่หาย ผู้ป่วยได้เข้าคอร์สการรักษาในแนวการรักษาของทางสถาบันเกอร์สันอย่างเข้มงวด ( อาหาร,น้ำแยกกาก ,ดีท๊อก, supplement) และใช้ Integrative treatment อื่นๆ
   3 เดือนต่อมา ค่า uric acid ลดลงเหลือ 5.9 mg/dl (ค่าปกติ 2.0-6.0 mg/dl ) ,ค่าไขมันและ น้ำตาล ในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
    เคสนี้เป็นเคสตัวอย่าง ในแง่ของการรักษาที่ต้นเหตุ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งรวมทั้งการรักษาแนวนี้ยังสามารถรักษาโรคอื่นๆให้หาย ในกลุ่ม NCD ( Non-communicable disease คือ กลุ่มโรคที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ค่อยๆสะสมจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง ได้แก่โรคไต,เบาหวาน,ความดันสูง,โรคหลอดเลือดและสมอง,มะเร็ง เป็นต้น) ได้อีกด้วย.
 
  
Main Menu
 
      สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์

 ปรับปรุงครั้งล่าสุด 10/7/57

 สถิติวันนี้ 1 คน
สถิติทั้งหมด 44568 คน
เริ่มเมื่อ 2010-06-18